2007/Apr/04

...สำหรับคนอยากแต่งเรื่องทั้งหลาย กรุณาอ่่าน....

ปัจจุบันนี้...คนแต่งเรื่อง...เรียกตัวเองกันว่านักเขียนอยู่เกลื่อนกลาด...
มีสักกี่คนที่เป็็็้นนักเขียนทั้งกายและใจ....

ปัจจุบัน คนนั้นคนนี้ัี้ก็ออกมาเขียนหนังสือกันให้เกลื่อน เหมือนกับว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ส่งผลให้ใครหลายๆคนคิดว่า การทำงานแบบนี้ช่างง่ายนัก แต่จากประสบการณ์ที่เขียนแฟนฟิคมานานถึง3ปี และเขียนมามากกว่า10เรื่อง ทำให้ีรู้ว่า การเขียนไม่ใช้แค่ความอยากเท่านั้น แต่ทั้งการใช้ภาษารวมถึงการจินตนาการวางพล็อตให้ไม่ซ้ำรูปแบบเดิมๆ ทั้งนี้ไม่ได้มีส่วนประกอบแค่ตัวเราที่เป็นคนเขียน แต่หากเป็นคนอ่าน หากคนอ่านอ่านแล้วชมคือเราก็ได้กำลังใจต่อยอด แต่หากได้คำตำหนิก็ได้การดึงให้มาอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง

การที่คิดหน้าคิดหลังเป็นเรื่องที่นักเขียนทุกๆคนต้องเผชิืญ แต่หากคนเรามัวแต่คิดจนกลัว อันนี้นั้นเป็นสิ่งไม่ดี เพราะว่าทุกๆอย่างย่อมมีความไม่สมบูรณฺ์เพรียบพร้อมทั้งนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องเชื่อว่าตัวเองทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้ว จะออกมาดีในสายตาคนอื่นหรือไม่ อยู่ที่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่เรา เราทำดีที่สุดในส่วนของเราแล้ว ไม่ต้องไปนั่งคิดมากกังวลให้หัวเสีย เราก็จงคำนึงไว้ว่าเราทำดีที่สุดในสถานะที่เราสามารถทำได้ แต่หากเราเสียใจในผลลัพธ์นั้นก็แปลว่าเราไม่ได้ใส่ไปให้สุดๆ ผลงานจะดีไม่ดีอยู่ที่ตัวเรา

เรื่องนี้เอาไปใช้กับการเรียนได้อย่างดี ไม่ใช่ว่าปากบ่น โรงเรียนไม่ดี ครูไม่ดี การศึกษาไม่ดี แต่เราต่างหากที่ไม่ดี เราจ่ายเงิน เขาให้ในสิ่งที่เราจ่าย จะได้มากได้น้อยอยู่ที่ตัวเอง หากได้มากก็แสดงว่าเราตั้งใจ ได้น้อยก็เสียดายเงินไป จะมาบ่นว่าฉันจ่ายไปเยอะได้อะไรก็ไม่รู้มา มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เวลาคุณเรียนก็ต้องตั้งใจ มานั่งคุยกับเพื่อนแล้วจะได้ไหมล่ะ? ความรู้นะ?

สังคมไทยที่มันถอยหลังก็เพราะคนเราเลี้ยงลูกไม่ให้โต ให้ท้าย ลูกไม่ผิด แต่สังคมผิด ตัวเองไม่ผิด สังคมผิด อะไรๆก็สัีงคมผิด แบบนี้ประเทศชาติจะเจริญได้อย่างไร หากตัวเองผิดแต่ไม่ยอมรับผิด เอาไปโบ้ยคนนั้นว่าคนนี้ ทั้งๆที่ต้นเหตุมันอยู่ที่ตัวเองแท้ๆ ต้องบอกว่าเห็นแล้วเหนื่อยมากๆ ไม่ใช่แค่กายแต่ใจด้วย สังคมปัจจุบันมันไม่ได้แย่หรอก คนเราต่างหากล่ะที่แย่ เพราะสัีงคมมันแย่ก็เพราะคนร่วมสังคมมันแย่ ไม่งั้นสังคมจะัเรียกว่าสังคมได้อย่างไร เพราะว่าสังคมคือศูนย์รวมของคนที่อยู่ในที่เดียวกัน ถึงได้เรียกว่าสังคม

ไปซะไกล กลับมาหัวข้อเรื่องต่อ หลักการการแต่งแฟนฟิคกับแต่งนิยายเหมือนกัน คือความคิดสร้างสรรค์และข้อมูลที่หนักแน่น หากขาดสองสิ่งนี้ล่ะก็ เรื่องราวที่แต่งออกมาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากน้ำล้างจานที่ใสๆขุ่นๆ จะมีน้ำมีเนื้อก็ไม่ใช่ แต่ไม่มีเลยก็ไม่เชิง จากที่ไปตระเวนดูตามบอร์ดใหญ่ๆ บอกได้เลยว่า เฮ้ย ไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง แล้วภาษาที่แต่งนะ ภาษาไทยรึเปล่า เขียนผิดหลักภาษา ไม่ทราบว่าที่โรงเรียนสอนภาษาไทยนี้ได้ฟังบ้างรึเปล่า แต่งกันมาสะกดผิดสะกดถุก ขอร้องเถอะ เป็นรอบที่สองบนบล็อคนี้ แต่งแบบนี้ไม่ต้องแต่ง เปลื้องเวลาคนอ่านเขา เปลื้องที่ที่โพสด้วย

ภาษาที่ใช้กันปัจจุบันนี้ใครคิดว่าเท่ห์นั้นนะ บ้า มันไม่เท่สักนิด จะสะกดคำง่ายๆก็สะกดกันไม่ได้ อย่างงี้เขาเรียกว่า โง่ ไม่ได้เรียกว่าเท่ คำบางคำใช้ไม่ได้หรอกเวลาบรรยายเหตุการณ์ บรรยากาศ มันไม่เท่ห์็เลยสัีกนิด มันสร้่างความรำคาญมากกว่า -*-

อ่านแล้วรำคาญไอ้ประเภทที่เขียนแค่นี้ยังทำไม่ได้ เก็บภาษาวิบัติไปพูดกับเพื่อนเหอะ อย่ามาใช้แบบนี้เลย เสียชาติเกิดเป็นคนไทยหมด ไม่ได้หัวโบราณนะ แต่ทนไม่ได้ ในฐานะที่เป็นคนไทยเหมือนกัน เห็นแล้วระอามาก (บ่นเหมือนคนแก่) บางทีอ่านประโยคแรก -*- โว้ยยยยยยย อะไรกันนี้ อยากจะล้มโต๊ะที่วางคอมอยู่เลย เพราะฉะนั้นใครที่อ่านบทความนี้ขอให้กลับไปคิดด้วยนะ ไม่ไหวจริงๆ เรามาช่วยทำให้ภาษาไทยมันอยู่คงในแบบที่มันยังสวยงามเถอะ อย่าให้เด็กรุ่นหลัีงเขาต้องมาเห็นเลย มันอาย!

แล้วประเภทคนแต่งเรื่องแบบว่า ฉันอยากแต่ง แต่งออกเป็นไงช่าง ไม่สนคุณภาพ ขอร้อง อยากทำแบบนี้ แต่งเองอ่านเองไม่ต้องให้ชาวบ้านอ่านเหอะ ไม่ได้น่าภูมิใจ เชื่อเถอะว่า หากเราทำอย่างเต็มที่จริงๆล่ะก็ ไม่ว่าใครที่เขาอ่านเขาก็อยากอ่านต่อ แต่จงจำไว้ว่าความอยากเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของคุณ อย่าให้มันหายไป หายไปคุณต้องเอากลับมาแล้วพยายามหาอะไรใหม่ๆมาเพิ่มเติม เพราะการเขียนเรื่องสักเรื่อง มันเ็ป็็้นความรับผิดชอบอย่างสูง เพราะมันสื่อว่าคุณเป็นคนอย่างไร

ยิ่งแต่งมันเหมือนกับหาเรื่องใส่ตัว คือยิ่ิื่งมากคนอ่านคนเขาก็จะมีทั้งชื่นชมและตำหนิ ยิ่งถ้าึคุณแต่งออกมาตามอำเภอใจฉัน ความอยากเป็นที่ตั้งไร้ซึ่งข้อมูลหนักแน่น มันไม่รอดหรอก ต้องมีทั้งข้อมูล ทั้งความอยาก เพราะข้อมูลทำเรื่องของเราให้น่าเชื่อและความอยากทำให้เราสื่อกับคนอ่านได้อย่างเต็มที่ ใครที่คิดอยากเขียนเพราะเงิน ขอให้เลิกซะ มันไม่ใช่หนทางง่ายอย่างที่คุณคิด การเขียนเพื่อเงิน มันเป็นเหตุผลโง่ๆ ไม่ใช่เหตุผลดีที่ให้แต่งได้ แรงบันดาล แรงผลักดัน คือสิ่งที่ทำให้คุณเขียนต่อไปได้ ทั้งนี้คุณต้องใจพร้อมรับทุกอย่างให้ได้ คนเขียนคือคนที่ทำงานหนัก

ทั้งเป็นคนที่เขียนและเป็นคนที่มีความสามารถจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ด้วย นี้คือคนเขียนที่ดี เพราะงานดี คนที่อ่านก็อยากทำตาม คนเขียนออกมางานดีบ้างไม่ดีบ้าง เหมือนน้ำล้างจาน มันก็จะได้บันดาลให้คนเขียนแบบนั้นตาม ต่อไปวงการหนังสือก้จะมีแต่น้ำล้างจาน เราต้องช่วยกัน ทำให้หนังสือดีๆออกมาให้คนอ่านก้น แต่ก่อนไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้อยากให้อ่านหนังสือเยอะๆ แต่ตอนนี้พอมาเป็นคนแต่งถึงได้รู้ว่า มันเป้นเรื่องที่ควรสนับสนุน ดูทีวี มันก็ดี แต่อ่านหนังสือมันก็ดีเหมือนกัน

... ขอบคุณที่อ่าน...

 
edit @ 2007/04/04 23:25:26
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ค่ะ ดีมากเลยค่ะ...เป็นคนไทยนะก้ต้องเขียนให้ถูก...
#2  by  nidneung13 (125.26.86.119) At 2007-09-11 00:49, 
อ่านะ แต่งนิยายให้ดีได้ก็ต้องมีใจรักสินะ
#3  by  พริมาตา (124.122.130.28) At 2009-03-15 18:51, 

<< Home


เคน
View full profile